ในที่สุด
มันก็เสร็จจนได้
หลังจากเหนื่อยกับมันมาหลายปี
ส่งเกือบเส้นตายพอดีอะ ต้องส่งเป็น ems. เปลืองตังอีก ถึงเราจะรู้สึกแย่นิดหน่อยที่เหมือนทำลวกๆ ไม่ค่อยได้ตรวจทาน แต่เรารู้ว่าเราทำดีที่สุด...เท่าที่จะทำได้แล้ว
อยากจะกรี๊ดดดดด!
ในที่สุดก็ทำสิ่งที่มีคนไม่อยากให้ทำได้แล้วโว้ยยย!!!
พูดไปก็รู้สึกผิด ไม่รู้จะทำไงดีกับไอ้ "ความรู้สึกผิด" อันเนี้ย เหมือนเรากำลังทำอะไรหลอกลวงเค้า
แต่ถ้าเราเลิกทำ เราตายแน่
แต่ถ้าเรายังคงทำให้เค้าเห็น เราก็ตายแน่เหมือนกัน
เสียใจมากๆอ่ะ อยากจะร้องไห้ดังๆ
แงๆๆๆๆๆ
เราไม่สงสัยเลยว่าเค้ารักเรารึเปล่า เค้าดีกับเราที่สุด ทุกๆอย่างจริงๆ
บางทีเรายังรู้สึกเลยว่าเค้ารักเรามากกว่าคนอื่นด้วยซ้ำ
แต่เราจะทำยังไงดี กับสิ่งที่เรารู้สึกว่า ยังไงก็ตาม...เค้าไม่ยอมรับเรา
มันไม่ใช่ ความฝันของเรา ว่ะ ดูโง่ น้ำเน่ามาก
รับไม่ได้จริงๆแฮะคำนี้ ฮ่าๆ
มันคือ สิ่งที่เราน่าจะทำได้ มากกว่า
เราเสียดายที่เผลอไปทำให้เค้ารู้
เสียดายที่ไม่ได้เก็บเอาไว้ตลอดไป
อะไรๆมันอาจจะดีกว่านี้
รู้มั้ย
มีเรื่องกับคนที่แย่ๆ มันโคตรจะง่าย เราจะยืดอกได้เต็มที่เลยว่าเราถูก เราดี เราเจ๋ง เราหาพวกได้
ต่อให้แพ้เค้าหรือโดนรังแกยังไง บางทีความภูมิใจอันนี้ก็ทำให้รู้สึกดีๆ
แต่ถ้ามีเรื่องกับคนดีๆหละ แล้วถ้าเป็นเรื่องที่ไม่มีใครถูกใครผิดล่ะ
เราจะแน่ใจได้ไงว่ามันไม่มีใครถูกใครผิด
หรือเราเป็นคนผิดเอง
เรายอมมีเรื่องกับคนแย่ๆซักสิบคน ยังดีกว่าต้องมีอะไรที่ "ตรงกันข้าม" กับคนที่แสนดีแบบนี้จริงๆ
ขอโวยอีกที
เสียใจมากกกกกก!
ขอโทษนะคะ
ขอโทษ...
***
จบ
เปลี่ยนเรื่อง
อ่อ ขอบอกก่อน ถ้าจะเม้นให้เราช่วยอย่าพูดถึงเรื่องข้างบน สนใจแต่เรื่องข้างล่างก็พอ
***
เลือกเอกแล้ว
ลาก่อนเอกสเปน
ข้อดีของเอก
1.อุตส่าห์ได้ A นะเนี่ย 555
2.เป็นเอกเดี่ยว ไม่มีวิชาโท เวลาอ่านหนังสือก็ทุ่มแค่วิชาเดียว ชิวๆ สอบย่อยบ่อยๆ สอบปลายภาคน้อยๆ
ข้อเสีย
1.เราทนเรียนเอกเดี่ยวไม่ไหว ต้องเบื่อตายแน่ ยิ่งคณะนี้...
2.เราเกลียด conversation ของสเปนมากกก ฟังออก แต่พูดไม่ทัน เวลาสอบพูดเป็นคู่ ก็จะไปยืน blank อยู่ตรงหน้าเค้า ขายหน้าสุดๆ เหมือนพอเข้าไปในห้องแล้วสมองเราจะอันตรธานไปทันที ครั้งแรกสอบพูดคู่กับเพื่อนที่กำลังเป็นไข้เลือดออก แต่มันพูดมากกว่าเรา 5 เท่า ครั้งที่สอง โดนด่าว่า พูดช้ามาก แต่ก็ยังผัน verbo ไม่ถูก
3.แล้วอาจารย์ก็บอกว่า เวลาไปสมัครงาน ถ้าจะใช้สเปนสมัคร ต้องพูดอังกฤษได้ด้วย
กำ
ขอไปเรียนเอกอังกฤษก่อนนะ ยังใช้อังกฤษได้ไม่ถึงครึ่งของภาษาไทยเลย 555
ข้อดีของเอก (เท่าที่รู้)
1.ให้เลือกวิชาโท
2.ใช้ได้ตลอดกาล
ข้อเสีย
1.ยากมากกกก เจอแต่พวกขั้นเทพ
2.โหล ไม่ชอบ
3.หนีวิชาการพูดไม่พ้น เราโคดเกลียดวิชาแบบนี้อ่ะ แล้วสำเนียงอังกฤษเราก็ขายหน้าโรงเรียนมาก
คณะเราเอกอังกฤษตั้ง 80 กว่าคน เซ็งเลย 555 แต่เราจำใจเลือกเอกนี้เพราะจะโทการละคร ทำเบื้องหลัง เปนแพ็คเกจที่อาจารย์ที่ปรึกษาบอกว่าน่าเป็นห่วงที่สุด เพราะงานโหดทั้งคู่
5555
เอาเหอะ
ถ้าไม่ได้โทละครเราคงเบื่อตายจริงๆว่ะ ยอมเสี่ยงเลย
แต่เลือกแบบนี้ก็ต้องมาเจอเรื่องที่บ้านอีก
ไม่พูดดีกว่า
***
รองจากภาคละคร ขอบคุณฝ่ายสาราฯ (หนังสือ) ของคณะมากๆ ที่ทำให้เราได้ทำอะไร
เพิ่งรู้ตัวว่าอยู่ได้เพราะสองอย่างนี้แหละ
ตอนเพิ่งเข้ามาใหม่ๆ เราไม่ได้คิดอะไร หวังแค่ได้ทำกิจกรรมเยอะๆก็พอ
อาจจะโมโหมาจากที่โรงเรียน ที่ไม่ค่อยมีอะไรให้ทำ ไอ้ที่ทำก็...นะ
ตัวอย่างเช่น ให้เราไปช่วยเขียนบทบางอย่าง กลายเป็นว่าเราต้องไปนั่งแก้สำนวนของบทที่บางคนกำหนดมาแล้ว แล้วมันก็ออกมากลวงๆ นึกว่าเรารู้สึกคนเดียว แต่ปรากฏว่า รุ่นน้องเค้าก็บ่นเหมือนกัน
อายอ่ะ
พอเข้ามา เราก็ทำทุกอย่างนะ เกือบทุกกิจกรรม แต่มันก็เหมือนเดิม เพื่อนเรามันไม่ทำกันแล้ว คงรู้ตั้งนานละ แต่เราพยามมองโลกในแง่ดีเกินไปว่ะ จนโดนเรื่องนกกระดาษงานจุฬาวิ.เข้าไป น็อกเลย
คิดว่าจะเลิกทำแล้ว
มีค่ายอาสาอีกอัน เราต้องแลกหลายอย่างเพื่อให้เข้าประชุมค่ายได้ทุกวันศุกร์ แต่พอเราหิ้วกระเป๋าไปตอนเช้า เรียนเสร็จยังไม่ทันทำค่าย ตอนเย็นก็ต้องหิ้วกลับ
เพราะตำรวจปราบพันธมิตร ที่บ้านไม่ให้ไปค่าย สั่งให้กลับเดี๋ยวนี้ จะเอารถมารับ
เค้าโทรไปหาพี่ประธานค่าย อาจารย์ที่ปรึกษาค่าย บอกให้เลื่อน แต่เค้าไม่เลื่อน
เรานั่งรอรถนานมาก เพื่อนๆไปไหนกันหมดแล้วไม่รู้
แต่พอขึ้นรถแล้ว พ่อดันถามว่า ตกลงจะกลับมั้ย
รู้สึกแบบ...
ปรอทแตก
สั่งให้กลับ แล้วทำไมต้องถาม
รู้อยู่ว่าเราจะเสียใจแค่ไหนถ้าไม่ได้ทำค่ายนี้ แล้วทำไมต้องถาม
แต่ตอนนั้นกลัวแม่มาก (แม่รออยู่ที่บ้าน) ไม่อยากมีเรื่องอะไรอีกแล้ว แล้วก็ประชดชีวิตด้วย
เค้าพูดเหมือนเรากำลังทำสิ่งที่ผิดอยู่ มีเหตุผลมากจนเราเชื่อ
เราเลย...กลับบ้าน
อยากตายมากอ่ะตอนนั้น
ทุกอย่างที่ทำมากับมือล่มสลาย
ทำไมกุโง่งี้วะ
แม่ไม่ยอมให้ไปค่ายครั้งอื่นๆอีกแล้วด้วย เพราะไม่ใช่ค่าย "หญิงล้วนสองวัน" เหมือนค่ายอักษรค่ายนั้น
ขณะที่น้องเราได้ไปค่ายแนะแนวคณะต่างๆไม่ต่ำกว่า 5 ค่ายแล้ว
โลกยุติธรรมมาก
เราจะจำการตัดสินใจครั้งนั้นไปชั่วชีวิต
***
เราชอบบอกคนอื่นว่าตัวเองว่าง
เราเพิ่งรู้เมื่อไม่นานนี้เอง ว่า ว่าง ของเรา ไม่ได้หมายถึง ไม่มีอะไรทำ
แต่หมายถึง ไม่ได้ทำที่อยากจะทำ
อย่าถามว่าอยากทำอะไร
เพราะเราก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน
ช่วงที่ปวดหัวกับไอ้นั่น เรานั่ง ว่างๆ ทั้งวัน รอเวลาดึกๆจะได้ทำมันให้เสร็จซักที
ทำไมสำหรับเรา กว่าจะได้ทำบางอย่าง มันถึงยากเย็นนักวะ
ทำอย่างอื่นก็ไม่มีกะจิตกะใจจะทำ กังวลว่ะ มันค้างคาว่ามันยังไม่เสร็จ
แต่พอได้เวลาจะทำให้เสร็จ ก็รู้สึกผิดบางอย่าง มันเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำรึเปล่า...
แต่มันก็จบไปแล้ว
จบไปแล้ว
โล่งแล้วหละ
เนอะ...
***
เราทำบ้านรับน้องด้วย
บ้านเราไซส์เล็กสุด (มี XL L M S) คนน้อยมาก อบอุ่น แต่อาจจะล่มได้
แล้วเราก็ได้เป็นแม่บ้าน เพราะเรา ว่าง ที่สุด (มีพ่อบ้านแม่บ้าน)
ยากเหมือนกันแฮะ 55
ช่วงนี้มีเรียนซัมเมอร์ แต่เราไม่ได้เรียน บางทีรู้สึกว่า ถูกโดดเดี่ยว ทุกคนไม่ว่างกันหมด
แต่เต็มใจทำ
เพราะอยู่บ้านเฉยๆไม่เวิร์คแน่ ไม่ได้ทำงานพิเศษเพราะอยากให้เวลากับไอ้นั่นที่เพิ่งทำเสร็จไป แล้วถ้าอยู่เฉยๆก็ต้องเจอเรื่องเครียดกว่ารับน้องเยอะแยะด้วย
อย่ารู้เลย พูดไปก็รู้สึกผิดเปล่าๆ
***
บล็อกนี้กี่เอนทรี่แล้ววะ
รู้สึกว่า เราเขียนแต่เรื่องตัวเอง
ดูเหมือนคน เห็นแก่ตัว ป่ะ
555
แค่เราคนเดียวจะมีเรื่องอะไรมากมายวะ
ชีวิตก็มีทุกอย่างพร้อมแล้ว
เราคิดไปเองแหงเลยเรื่องพวกนี้
นั่นแหละ ที่มาของชื่อบล็อก
เราเป็น...คนโชคดีที่ว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย
***
ใครก็ไม่รู้ บอกว่า หยุดแสวงหาแล้วจะพบ
จริงป่าววะ
เรากำลังแสวงหาอะไรอยู่รึเปล่าเนี่ย
แล้วถ้าเราหยุด เราจะพบรึเปล่า
แต่ช่างเหอะ
เราจะไม่คิดเรื่องพวกนี้แล้ว จบแล้ว
จบแล้ว
จ บ แ ล้ ว
ไม่มีอะไรต้องหงุดหงิดอีก
ที่เหลือเราก็แค่เตรียมตัวให้พร้อมกับงานมหาโหดที่กำลังจะเจอ
บ้านอินเดียน่า!!!
และการเรียนที่อาจารย์ส.ขู่ว่าอาจจะไม่รอด
เอกอังกฤษ โทละคร
ก้อน่าพิสูจน์นะว่าเราจะรอดมั้ย (หมอดูบอกเกรดจะร่วง เราเชื่อตั้งแต่ก่อนเค้าจะบอก 555) ก้ออยากจะตั้งใจว่า...
ต่อไปนี้หนูจะจดงานให้เรียบร้อยค่ะ!
เราดูหนังสือเรียนพิเศษของน้องแล้วสำนึกผิดมาก ทำไมมันจดเรียบร้อยงี้วะ ถึงเราจะจดทันทุกอย่าง แต่มันก็เน่ามากจนเพื่อนไม่กล้าขอยืม (หรือเป็นแผนกำจัดคู่แข่ง 5555) พอเวลาสอบก็จะบ้า เพราะอ่านไม่ออกว่าเราจดอะไรมาบ้าง แถมยังไฮไลท์มั่ว สีเหลืองแสบตา สีส้มแปร๊ดกับสีม่วงเข้ม เปิดหนังสือแล้วอยากจะอ้วก
อันไหนที่ต้องท่องก้อเสียเวลาลอกใหม่
โง่จริงๆ
ต่อไปนี้จะไม่ทำอย่างงั้นแล้วคร้าบบบ...
(ก็ตั้งใจอย่างงี้ทุกปี แต่ก็ยังเน่าทุกปีอยู่ดี เหอๆ)
ใช่แระ
พอไอ้นั่นเสร็จแล้ว
ก็เหลือแต่ความว่างเปล่า
แต่ก็หนีไม่พ้นจริงๆว่ะ เรามีสมุดสองเล่มเหลืออยู่ในลิ้นชัก เล่มนึงเป็นสมุดกระดาษสีดำที่เพื่อนให้วันเกิด อีกเล่มเปนสมุดสีครีมกระดาษกรีนรี้ด ได้มาตอนเล่นบัดดี้
สมุดปกขาว สมุดปกดำ
เปิดรอไว้ เผื่อมันจะกลับมา