เปลี่ยนไปเป็นความเหงา

posted on 02 Oct 2008 09:04 by ccchhhuuunnn  in MY-DAYS

กลับจากสยาม

เราก็ไปรวมกลุ่มกับครอบครัว พ่อขับรถพาเราไปเยี่ยมตากะยายที่จันทบุรี

ปิดเทอมแล้วนี่นา

สามสี่ชั่วโมงบนทางหลวงเป็นเรื่องชินสุดๆ เราเดินทางแบบนี้ทุกสัปดาห์ตั้งแต่เกิดเลยก็ว่าได้

ตากะยายชอบบอกว่า เราน่ะ โตในรถ

การนั่งรถนานๆไปเยี่ยมตากะยายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเรา บางคนเบื่อตอนนั่งรถนานๆ แต่เราไม่เคยเบื่อเลย

ถึงจะนั่งอยู่ด้วยกัน 5 คน แต่มันกลับเป็นมุมสงบของเรานะ

พ่อนั่งกำพวงมาลัย แม่นั่งสัปหงกอยู่ข้างๆ ส่วนน้องสองคนต่างวัยก็เล่นบ้างหลับบ้าง

จากประสบการณ์ เดินทางไกลตอนกลางวัน โดยเฉพาะยามบ่ายอาจทำให้เป็นบ้าได้ง่ายๆ

แดดร้อนทำให้ปวดหัวและคลื่นไส้ คนเมารถจะเป็นคนที่น่าสงสารที่สุด อันได้แก่ไอ้ตัวเล็กของเรา มันจะร้องว่าจะอ้วกๆ ไม่หยุด ดิ้นพราดๆ ร้องไห้งอแงโยเย พาล ตะโกน และกรี๊ด ไอ้น้องคนกลางก็แย่เหมือนกัน มันขี้ปวดหัว ยิ่งเจอแดดผสมเสียงโวยของไอ้คนเล็กยิ่งแย่

พ่อกับแม่ไม่บ่น แต่ก็คงเมาแดดเหมือนกัน

ส่วนเราก็ประสาทเสีย

แต่ถ้าเดินทางตอนเย็นหรือกลางคืน ทุกอย่างจะสงบนิ่ง ดาวเต็มฟ้า แอร์เย็นสบาย ไม่ต้องติดม่านบังแดด สมาชิกส่วนใหญ่ของรถจะกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา ขณะที่รถวิ่งไปข้างหน้าช้าๆ

สงบราบเรียบ...

เราเรียกการเดินทางนี้ว่า กลับจันท์

หลังๆนี้เราไม่ได้อยู่จันท์นานเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เพราะตอนม.ปลายมีกิจกรรมช่วงปิดเทอม และเราต้องเรียนพิเศษด้วย ขึ้นปี 1 ก็ไม่ค่อยว่างเหมือนกัน การกลับจันท์แต่ละครั้งก็ไม่ใช่ทุกอาทิตย์อีกต่อไปแล้ว แต่เป็นเดือนละครั้ง หรือไม่ก็สองเดือนครั้ง

ระยะห่างนี้ ทำให้เราเห็นความเปลี่ยนแปลงต่างๆได้ชัดเจน

แบบทิ่มตาเลย

เราเพิ่งสังเกตเมื่อไม่กี่เดือนก่อนนี้เองว่าตากับยายแก่ลงไปมาก แบบเห็นได้ชัดเลย ตาจากที่อ้วนอยู่แล้ว (ตอนเด็กๆเราชอบเล่นพุงตา เพราะเหมือนแตงโม) ตอนนี้อ้วนขึ้นอีกประมาณ 20% ส่วนยายไม่ต้องพูดถึง อ้วนขึ้นประมาณ 25% แถมยังเดินกะเผลกกว่าเก่าด้วย

เมื่อตอนเราอยู่ม.3 ยายปีนเก้าอี้แล้วตกลงมา สะโพกหัก ใครๆก็คิดว่ายายจะเดินไม่ได้เหมือนเดิมแล้ว แต่ด้วยความที่ยายเป็นคนเก่ง แบบว่าดื้อด้วยแหละ(ยายบอก) ยายก็เดินได้เกือบจะปกติเลย แต่อยู่ดีๆก็ดูเหมือนชีวิตยายจะพังครืนลงมา

ใช้คำเว่อร์ไปรึเปล่า

ไม่รู้สิ

พี่น้องของแม่เราทะเลาะกัน และไม่ฟังยาย กิจการของยายที่ค่อนข้างจะ...เรียกว่าอะไรดีล่ะ ค่อนข้างจะสำคัญและกำลังรุ่งเรือง ก็ถูกพี่น้องของแม่เราเอาไปทำแทน แล้วก็มีเรื่องยุ่งๆเกิดขึ้น

และแล้ว

ในที่สุด

ยายก็กลายเป็นยายธรรมดา อยู่บ้านเฉยๆ เหงา ซึมเซา เพราะไม่ต้องบริหารงานอะไรมากมายอีกแล้วไปจันท์คราวนี้รู้สึกเศร้า บ้านโทรมลงไปเยอะเลย ตากะยายอยู่กันสองคนก็เหงาและเริ่มจะหลงๆลืมๆ ตอนเราไปถึงเนี่ยนะ รู้สึกได้เลยว่าเค้าคิดถึงเราโ ค ต ร ๆ กับข้าวงี้เต็มโต๊ะเชียว

เขียนแล้วจะร้องไห้

ฮะๆ

เหมือนเค้านับวันคอยให้พวกเรากลับมา

ไปได้สองวันก็ต้องกลับแล้ว ก่อนกลับตากะยายจะอวยพรด้วยวลีเด็ดที่เราจำได้ขึ้นใจ


“โชคดีๆเดินทางปลอดภัย หัวสมองแจ่มใสเฉลียวฉลาดนะ ข้อสอบออกอะไรขอให้เดาถูกหมดเลย”

เดาถูก

555

ตากะยายน่ารักจัง

แต่อย่างน้อยเราก็สบายใจอยู่อย่างนึง

ช่วงเวลา 4 เดือนที่ผ่านมานี้ ตากะยายเปิด ASTV แบบสแตนด์บาย 24 ชั่วโมง เรียกว่านอนกู้ชาติหน้าทีวีเลยทีเดียว แม้จะออกไปทำสวนผลไม้และซื้อของนิดๆหน่อยๆ แต่ตอนกลางคืนละไม่เหงาแน่

ถ้าไม่มี ASTV ตากะยายคงว้าเหว่กันสุดๆ

บ้านเงียบสนิท

ไม่มีอะไรให้ทำ

ไม่มีอะไรจะคุยกัน

ไม่มีคนอื่นเลย 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เส้าอีกละอ่ะนุชชี่

แก

เหดผลนึงที่เราตัดสินใจลาออกจากมหาลัยไม่ได้

ก้อเพราะยายน่ะแหละ

ยิ่งอ่านของแกก้อยิ่งเส้า

อย่างที่ว่า

เวลาผ่านไปไวจิงๆ

#1 By yaiba (58.8.25.70) on 2008-10-05 21:50

ทำไมไม่รับตากะยายมาอยู่ด้วยอ่า ตากะยายไม่อยากมาเหรอ

#2 By MiNt (203.156.23.170) on 2008-10-07 21:37