แหวกม่านละครอักษร
posted on 12 Oct 2008 21:33 by ccchhhuuunnn in ARTS-CHULAงานแหวกม่านละครอักษรจบแล้ววว...
หนีไม่พ้นการใช้แรงงานเหมือนเมื่อวันนั้น
ฮะๆ (เป็นการหัวเราะแบบปลง ไม่ใช่ ฮ่าๆ)
6-7 ตุลาคม
ตอนเช้าใส่เสื้อดำไป มีปี 1 ไปช่วยประมาณ 7 คน คนดูยิ่งน้อยเข้าไปใหญ่ เหมือนรุ่นพี่กะอาจารย์ในภาคดูกันเอง 555 และมีบรรดาผู้ปกครองบ้างประปราย
รวมแล้วประมาณ 40 คน
พี่เค้าบอกว่า งานของเราคือหัวหน้า prop เพราะเราเป็นคนเดียวที่ว่างมาได้ทุกวัน และงานของหัวหน้า prop คือถือแผนผัง (floor plan) แล้วก็ชี้นิ้วสั่งเพื่อนให้ยกของมาวางตรงนู้นตรงนี้
แต่ที่จริง
ไม่ใช่
เราต้องยกด้วย
งานแหวกม่านละครอักษรเป็นงานที่มีละครสั้นๆเป็นสิบเรื่องแสดงต่อๆกัน นักแสดงเรื่องละสามสี่คน ความจริงก็เป็นเหมือนการส่งงานละครของพี่เค้าแหละ มีวิชาการแสดง วิชาการกำกับ และวิชาเขียนบท
วิชาการแสดงก็เป็นฉากนึงในละครเรื่องยาวๆที่คนอื่นเขียนไว้ บางทีฉากเดียวก็เล่นซ้ำ แต่เปลี่ยนนักแสดง เปลี่ยนฉาก บางเรื่องเปลี่ยนอารมณ์ไปเลย หลากหลายดี ขำด้วยแหละ
วิชาการกำกับก็เป็นเรื่องสั้นๆแบบจบในตอนอ่ะ พี่ๆเค้าก็สลับกันเล่นสลับกันกำกับ หรือไม่ก็เอาเรื่องเดียวกันมาแล้วตีความให้ต่างกัน เจ๋งดี
ส่วนวิชาเขียนบทก็เอานักแสดงมานั่งเก้าอี้เรียงกัน แล้วก็อ่านบท เหมือนกำลังแสดงอยู่ ส่วนใหญ่สนุกกว่าเรื่องที่แสดง 555 แต่เรื่องที่แสดงสนุกกว่าก็มี
ขอเปิดสูจิบัตรนับก่อน 1...2...3...
33 เรื่อง!!!
เรากับเพื่อนต้องเปลี่ยนฉากกันประมาณ 30 ครั้งเลยเหรอเนี่ย
พอแสดงเรื่องนึงจบ ก็จะดับไฟ แล้วเราก็จะเดินเข้าไปขนของลงไปข้างเวที แล้วจัดใหม่ในความมืด แล้วก็กลับออกมา นักแสดงขึ้นไปบนเวที ไฟเปิด และเริ่มแสดง
ดูเหมือนง่ายเนอะ แต่ขอโทษ โต๊ะแต่ละตัวไม่ใช่เบาๆ แล้วยังมีฉากพับ กับโซฟาสองตัว ที่สำคัญ มีประตูเหล็กที่พี่เค้าบอกว่าเป็นประตูโดเรม่อน หนักมากกกก...
และต้องมีถุงทรายถ่วงที่ฐานประตูสองข้างด้วย เพราะไม่งั้นเวลาเปิด ประตูจะล้มทับนักแสดง
ช่วงเช้าวันแรก ระหว่างการแสดง พี่ห่วงยาง เป็นคนเอาแผนผังมาให้เราดูแล้วกระซิบบอกว่าตรงไหนต้องอยู่ตรงไหน เสร็จแล้วพวกเราก็ไปจัดสดกันบนเวที
แต่พอช่วงบ่าย พี่เค้าบอกว่ามันไม่เวิร์ค เพราะถ้าไม่เตี๊ยมกันก่อนว่าเฟอร์นิเจอร์ชิ้นไหนต้องเอาลงข้างซ้าย ชิ้นไหนต้องเอาลงข้างขวา มันจะชนกัน เราเลยได้ทำหน้าที่ที่เพื่อนบอกฮาๆว่าเป็น “หัวหน้าของพวกเบ๊” ในที่สุด
เราได้ถือ floor plan ปึกนึง
ฮ่าๆ
พวกเราต้องแวบออกมานอกห้องแล้วเตี๊ยมกันว่าใครจะยกชิ้นไหนออกตรงไหน แล้วใครจะยกชิ้นไหนเข้ามาบ้าง แล้วก็แวบกลับเข้าไปดูตอนช่วงกลางๆเรื่อง พอเรื่องจบก็ออกไปเปลี่ยนฉาก แล้วก็ออกไปคุยสำหรับเรื่องต่อไป
เล่นเอาปวดหัวเลย
วันแรกเราต๊องชะมัด ทำโทรศัพท์ประกอบฉากหล่นหลังเวทีเสียงดัง แต่คนดูคงได้ยินผ่านหูเฉยๆ ไม่ได้สนใจเท่าไหร่ (มั้ง) ทำโซฟาหลุดมือตอนยกกับเพื่อน ทำประตูเหล็กขูดข้อเท้า (เจ็บว้อยยย...) และยืนพิงกำแพง พิงไปพิงมาไปทับสวิตช์แอร์ตัวนึงดับ
อันนี้แหละ มีบางคนหันไปหันมา เพราะเสียงแอร์เปลี่ยนไป
แต่พอวันที่สองก็เริ่มเป็นระบบมากขึ้น เราเอาไฮไลท์สีส้ม-เหลืองมา (แบบสองหัวอะ) แล้วก็ขีดอันที่สำคัญๆ คราวนี้เราแค่เดินเตะเก้าอี้ที่มันวางผิดที่ผิดทางเท่านั้น
มันต้องมีคนนั่งอยู่ที่โต๊ะลงทะเบียนด้านล่าง ก็ผลัดกันแหละ แต่บางทีเราก็ไม่อยากให้เค้าลงไปนั่งข้างล่างคนเดียว คนก็ไม่ค่อยมี อดดูละคร แล้วก็ไม่มีแอร์ด้วย แต่พอเราบอกว่าจะลงไปผลัดพี่ห่วงยางก็จ้องหน้าเรา แกล้งทำหน้าดุ
แง ชีวิตเราต้องผูกติดกับกระดาษปึกนั้นจริงๆ เหรอเหนี่ย
555
เราไม่ค่อยชินเวลาคุยกับรุ่นพี่แฮะ คงเพราะเราเป็นพี่คนโตมาตลอดชีวิต พี่ญาติก็ไม่ค่อยคุยกันเท่าไหร่ ทั้งเวลาคุยกับพี่ห่วงยาง พี่ชื่อเดียวกัน หรือพี่หมูปิ้ง เราก็เขินๆอ่ะ แหะๆ ไม่รู้ว่าควรจะแทนตัวเองว่าอะไร หรือว่าจะใช้คำว่า ’คะ’ หรอ ‘ป๊ะ’ ดี
55555
วันที่สอง หลังจากงานจบแล้ว งานของพวกเราและรุ่นพี่ก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม คือ ยกไอ้พวกของทั้งหมดกลับไปที่เดิม (พวกผู้ชายที่เมื่อกี้ผลัดกันขึ้นเวทีหายไปเกือบหมดเลย 55) แต่คราวนี้มีคนช่วยเยอะขึ้นนะ ต้องเก็บกวาดด้วยเหอะ บางฉากเทกระป๋องน้ำ ฉากสุดท้ายนี่เล่นกระทืบส้มสองสามผลแล้วปาอัดกำแพง
พระเจ้า
เราช่วยยกพักนึงแล้วกลับก่อน
บ๊ายบาย งานละคร
เราเคยทำ theatre workshop ตอนเทอม 1 ถึงจะสนุกแต่ก็ผิดหวังหน่อยนึงที่ไม่ได้ทำงาน “ฝายศิลป์” ตามที่ลงไว้ แต่ต้องตัด แปะ เย็บ ตามที่เค้าออกแบบไว้แล้ว รวมทั้งงานแบกหาม มันก็คงไม่เป็นไรใช่ม้า ถ้าปีหน้าเราจะได้เป็นคนออกแบบจริงๆ
แต่เราจะไม่เรียนเอกศิลปการละครอยู่แล้ว ไม่อยากเรียน acting
และไม่แน่ใจว่าจะเรียนเป็นวิชาโทรึป่าว
อืมม...ถ้าไม่ได้เรียนเลยก็เสียดาย (แรงงาน) เนอะ
ฮ่ะๆๆ
หมายเหตุ พี่ห่วงยาง คือพี่ที่แสดงเป็นคนที่กลัวเรือล่ม เลยต้องใส่ห่วงยางนอนในเรือ ส่วนพี่หมูปิ้ง คือพี่ที่สั่งหมูปิ้งมาเลี้ยงพวกเราตอนที่ขนของกันวันนั้น แต่พวกเราดันกลับก่อนเลยไม่ได้กิน ไม่ใช่พี่เค้าอ้วนเป็นหมูหรือมีห่วงยางรอบเอวนะ
(หรือมี)
ฮ่าๆๆ

น่าตื่นเต้นดีจิงๆ
555+
ดูเฮฮานีนะ
55+
#1 By [veho+อินทรี on 2008-10-12 22:11