[ออฟฟิศสตอรี่] #3 สัมมนา

posted on 15 Mar 2013 21:51 by ccchhhuuunnn directory Fiction

 

พี่เจ้อกับวรรณ #3 สัมมนา

 

การสัมมนา ‘สร้างแรงบันดาลใจ’ ในองค์กรที่มีแรงบันดาลใจส่วนตัวล้นทะลักแบบนี้ บางทีก็เป็นเรื่องลำบากอยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะเมื่อหัวข้อเป็นเรื่องสุดโหลอย่าง ‘การตั้งเป้าหมายในอาชีพการงาน’ และมีวิทยากรหนุ่มหน้าละอ่อนที่พูดสำเนียงฝรั่งแบบจงใจ แล้วยังดูกระตือรือร้นมากจนเข้าขั้นลุกลี้ลุกลน

               

วรรณเหลือบมองพี่เจ้อที่ยืนเบิกตากว้างอยู่ข้างๆ ...พี่เจ้อก็คงรู้สึกกระอักกระอ่วนพอๆ กัน โดยเฉพาะตอนที่วิทยากรบอกให้ทุกคนนั่งล้อมกันเป็นวงกลมบนพื้น

               

“แล้วโต๊ะล่ะคะ” ใครคนนึงถาม

               

วิทยากรทำหน้างุนงงราวกับเพิ่งสังเกตเห็นโต๊ะเป็นครั้งแรก “งั้นก็...” เขาเหลียวซ้ายแลขวา “งั้นก็ เรามามูฟว์โต๊ะพวกนี้ออกไปกันก่อนเลยครับ มาเลยครับ มามะ มาช่วยกัน”

               

วรรณพยายามไม่ทำหน้าอะไร - - “มามะ” งั้นเหรอ คิดได้ไงนะ ใช้ภาษาเด็กอนุบาลในการสัมมนาหัวหน้าแผนกที่มีอีโก้สูงทะลุฟ้าแบบนี้...

               

หลังจากช่วยกันดันโต๊ะออกไปอย่างไม่ค่อยเต็มใจแล้ว คุณวิทยากรก็บอกให้ทุกคนนั่งล้อมเป็นวงลมอีกครั้ง

               

“เจ็บเข่าค่ะ นั่งไม่ได้” ผู้หญิงคนเดิมบอก แล้วก็หันไปยิ้มแบบรู้กันกับคนข้างๆ

               

“โอ้!” วิทยากรตบกบาลตัวเอง

               

แต่ในเมื่อเรื่องนี้หาทางออกไม่ได้ สุดท้ายทุกคนก็ต้องยืนเก้ๆ กังๆ กันอยู่ในห้องประชุม  

               

“เอาละครับ ผมจะให้ทุกคนหลับตา หลับตานะครับ... แล้วก็สมมุติ สมมุติครับ... สมมุติว่าตรงหน้าเรามีประตูอยู่บานหนึ่ง” วิทยากรหนุ่มเริ่มวาดรูปประตูขนาดใหญ่บนไวท์บอร์ด ทุกคนยืนมอง - - ไม่มีใครหลับตาเลยสักคนเดียว - - “เราคงยังไม่ทราบใช่มั้ยครับว่าเป็นประตูอะไร แหงล่ะครับ คงไม่มีใครทราบ” เขาหัวเราะมุกตัวเอง “เอาละครับ ทีนี้ผมจะให้ทุกคนจินตนาการสิ่งที่อยู่หลังประตูบานนี้นะครับ...”

               

“ลัทธิใหม่รึไง” พี่เจ้อกระซิบ วรรณพยายามไม่ทำเสียง 'หึ' ให้ดังเกินไปนัก แต่ไม่เท่าคนข้างๆ ที่หยิบแทบเลตออกมาเช็คอีเมลอย่างเปิดเผย ดีแค่ไหนแล้วที่ไม่เริ่มปั่นเทมเปิ้ลรัน

               

จากนั้นผู้ช่วยสาวของเขาก็ลากอะไรใหญ่ๆ เข้ามาในห้อง มันคือก้อนโฟมสีเหลี่ยมเหมือนโฟมที่ให้เด็กเกาะเวลาหัดว่ายน้ำ แล้วบนโฟมแต่ละอันก็มีรูปลูกศรสีเหลืองขนาดใหญ่เหมือนลูกศรบอกทางเวลาขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดิน

               

เขาบอกให้ทุกคนแบ่งกลุ่ม แต่ไม่บอกว่ากลุ่มละกี่คน - - จึงไม่มีใครแบ่งตัวเองออกเป็นกลุ่ม แล้วเขาก็บอกให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมาทำ ‘เวิ้คฉอป’ - - แต่ก็แน่นอนว่าไม่มีใครเป็นตัวแทนออกมา วรรณกับพี่เจ้อมองตากัน วรรณรู้สึกว่าพี่เจ้อพูดทางสายตาว่า ‘เอามั้ย ไปด้วยกัน’ แต่พี่เจ้อรู้สึกว่าวรรณน่าจะอยากพูดว่า ‘พี่เจ้อ เอาเลย’

               

สุดท้ายเมื่อไม่มีใครให้ความร่วมมือ วิทยากรหนุ่มจึงเรียกซะเอง

               

“เชิญด้านหน้าเลยครับ คุณพี่ไท’แดง”

               

ทุกคนหันไปมองผู้โชคร้าย

               

เขาคือ คุณสุ - - คุณสุผู้ผูกเนคไทสีแดงตลอดกาล

               

คุณสุซึ่งเป็นที่เกรงกลัว เป็นที่นินทา และเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของทุกคน คุณสุซึ่งทำให้น้องแต้ว - - เลขาคนสวย - - ต้องเป็นธุระคอยตามเยียวยาทุกคนที่ถูกคุณสุ ‘จัดการ’ และคุณสุซึ่งเคยกล่าวหาวรรณต่อหน้าซีอีโอ และถูกวรรณและเด็กใหม่ของวรรณ ‘จัดการ’ ไปเมื่อสองอาทิตย์ก่อนนั่นเอง

               

“ผมเหรอ” คุณสุถามเสียงกระด้าง

               

“ครับ” คุณวิทยากรเริ่มหน้าเจื่อน คุณสุขยับแว่นแล้วก้าวขึ้นมาข้างหน้าครึ่งก้าว แว่นของเขาเป็นทรงสี่เหลี่ยม เช่นเดียวกับผมหยิกของเขา ซึ่งใส่น้ำมันจนดูมันๆ และดูหยิกเป็นเหลี่ยมๆ เข้ากันกับแว่นตาของเขา

               

“ผมจะให้คุณพี่เรียงลูกศรเหล่านี้ครับ สมมุติว่าประตูที่เห็นอยู่ข้างหน้านี้เป็นเดสทิเนชั่นของคุณพี่” วิทยากรทำไม้ทำมือ “ผมขอสอบถามนิดนึงครับว่าคุณพี่ดีไซน์เจอร์นี่ย์ของคุณพี่ไว้แบบไหนครับ

               

คุณสุเลิกคิ้ว

               

“เอ่อ ผมหมายถึง เอาใหม่นะครับ” เขาพูดช้าๆ “ผมหมายถึง สมมุติว่า-ประตูนี้-เอิ่ร์ม-เป็นเป้าหมาย-ในอาชีพการงาน-ของคุณพี่ คุณพี่มีวิธีการ-เอิร์ม-ที่จะเดินไปให้ถึงเป้าหมาย-ยังไงครับ”

               

“ก็เดินไปสิ นี่ไง” คุณสุลากนิ้วจากปลายเท้าของตนไปจรดประตูบนกระดาน

               

วรรณแอบหัวเราะอยู่ในใจ วิทยากรดูเหมือนจะถูกคุณสุ ‘จัดการ’ ไปอีกคน แต่วินาทีถัดมาก็เหมือนเกมพลิกผัน เมื่อวิทยากรหนุ่มยืนยันจะให้คุณสุ เ รี ย ง ลู ก ศ ร ใ น แ บ บ ที่ คุ ณ พี่ คิ ด ให้ทุกคนดู โดยมีผู้ช่วยสาวของเขาถือกล้องตัวใหญ่เพื่อถ่ายรูปเป็นหลักฐาน คราวนี้เสียงหัวเราะคิกคักกลับมาเป็นฝ่ายเข้าข้างวิทยากร ทุกคนมองคุณสุ ทำให้เขากลืนไม่เข้าคายไม่ออก และจำเป็นจะต้องก้มลงเรียงโฟม ราวกับค่ายอบรมฟื้นฟูเยาวชน

               

ทุกคนกลั้นหายใจ หลายคนแอบภาวนาให้ลูกน้องเขามาเห็น

               

พี่เจ้อกำมือถือ คิดจะถ่ายรูปคุณสุก้มๆ เงยๆ ลากโฟมมาเรียงตามแบบที่ ‘พี่คิด’ แล้วรายงานผลให้ทุกคนรู้แบบเรียลไทม์ แต่แล้วพี่เจ้อก็เปลี่ยนใจ เมื่อนึกขึ้นได้ว่าคนต่อไปอาจจะเป็นตัวเอง

               

ผ.อ. คนใหม่นี่คิดอะไรอยู่นะ

               

ในที่สุดคุณสุก็เรียงโฟมเสร็จ เป็นรูปเส้นตรงจากปลายเท้าของเขาไปจรดประตู ที่จริงแล้วก็แทบไม่มีใครสงสัยเลยว่าทำไมคุณสุถึงเลือกเรียงเป็นรูปเส้นตรง

               

คุณสุที่ตอนนี้เริ่มหน้าแดงเล็กน้อยขยับเนคไท แล้วส่งสายตา ‘แล้วไง’ ไปยังวิทยากร

               

“อธิบายด้วยสิครับ” วิทยากรพูดอย่างเป็นงานเป็นการ ท่ามกลางเสียงหึๆ และคิๆ อันแผ่วเบา

               

“การทำงาน ต้องตั้งเป้าหมาย...” คุณสุเริ่มแบบกุกๆ กักๆ จนวรรณเริ่มกังวลว่าถ้าเป็นเธอจะต้องทำยังไง

               

...ตัดตัวเลือกเส้นตรงออกไปหนึ่ง เหลืออะไรล่ะ เส้นคดๆ อ้อมๆ? เธอรู้ว่าต่อไปก็จะมีคนวางลูกศรแยกเป็นสองทิศทาง ประมาณว่าเหลือทางเลือกไว้บ้าง เผื่อเหลือเผื่อขาดเผื่อถอย หรือไม่ก็แกล้งอ้อมนิดอ้อมหน่อย แล้วอธิบายว่าถึงจุดหมายช้า แต่ได้มองข้างทางน่าจะดีกว่า โหลสุดๆ... วรรณรู้ว่าคำตอบมันจะไม่มีอันไหนถูกต้องเลย ถ้าตรงเกินไปก็ทำลายผู้อื่น ถ้าวอกแวกมากไปก็ทำลายตัวเอง ไม่พ้นข้อสรุปนี้หรอก เธอเกลียดสิ่งนี้จริงๆ...

               

ขณะเดียวกัน คุณพี่ชายนายโรเจอร์ที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็เริ่มเครียดเหมือนกัน เขาไม่เคยสนใจอะไรแบบนี้อยู่แล้ว เส้นทางของเขาไม่เคยกำหนดล่วงหน้า (ทุกเส้นทางของเขาได้รับการอวยพรจากเชือกผูกร้องเท้าสีทองที่เขาใช้ในวันนี้) พี่เจ้อพยายามไม่ฟังเสียงของวิทยากรที่พูดสรุปการตัดสินใจของคุณสุ เขาจับผมโมฮอค พยายามใช้จินตนาการอันบรรเจิดเลิศเลอ

               

...อะแฮ่ม มันอาจจะไม่ใช่จินตนาการก็ได้ อาจจะเป็นความดิบเถื่อนภายในที่มนุษย์พยายามกดทับมาแต่โบราณกาล

               

เมื่อถึงตาพี่เจ้อเมื่อไหร่ เขาจะเอาโฟมเรียงกลับไปเป็นตั้งสูงๆ เหมือนเดิม แล้ววิ่งโร่มาจากหลังห้อง ซัดลูกเตะสุดแรงเกิด - - ใส่ไอ้พวกลูกศรเหล่านั้น(แหงหละ เขาไม่ได้คิดจะเตะวิทยากร) ให้มันกระจัดกระจายเป็นร้อยทิศพันทิศ

               

แต่ก็แน่นอนว่าทุกคนจะต้องทำหน้าเหวอ

               

และเขาจะเสียภาพลักษณ์ หรือถึงขั้นถูกไล่ออก

               

ไม่หรอก เรื่องแค่นี้อาจจะไม่โดนไล่ออกในทันที แต่สิ่งที่แย่กว่าการไล่ออกคือสายตาแปลกประหลาดจากเพื่อนร่วมงาน เขาไม่คิดว่าเขาจะทนได้

               

อย่าทำเลยดีกว่าพี่เจ้อเอ้ย มันไม่คุ้มหรอก

               

พี่เจ้อคิดจะหันไปหาวรรณ รายนั้นน่ะชอบมีคำตอบอะไรดีๆ เผื่อเขาจะยืมมาใช้ได้บ้าง

               

แต่พี่เจ้อหารู้ไม่ว่าวรรณเพิ่งได้ข้อสรุปกับตัวเอง เธอก็คิดออกแล้วเหมือนกันว่าเธอจะทำยังไง ...เธอจะจัดเรียงลูกศรจากปลายเท้า - - ปลายเท้าของวิทยากร ตรงไปยังประตู - - ประตูจริง ไม่ใช่ประตูปลอมที่เขาวาดบนกระดาน เมื่อเรียงเสร็จเธอจะผายมือไปยังประตูห้องสัมมนา แล้วกล่าวว่า “เชิญออกไปเถอะค่ะ”

 

แต่ก็แน่นอนว่าทุกคนจะต้องทำหน้าเหวอ เธอไม่ได้เป็นที่นิยมชมชอบพอที่จะมีคนปรบมือให้ ต่อให้เธอพูดสิ่งที่อยู่ในใจพวกเขาก็ตาม

               

และเธอจะเสียภาพลักษณ์ หรือถึงขั้นถูกไล่ออก

               

ไม่หรอก เรื่องแค่นี้อาจจะไม่โดนไล่ออกในทันที แต่สิ่งที่แย่กว่าการไล่ออกคือสายตาแปลกประหลาดจากเพื่อนร่วมงาน เธอไม่คิดว่าเธอจะทนได้

 

 อย่าเลยวรรณ

 มันไม่คุ้มหรอก

 

 

Wrote: MAR 2013

Comment

Comment:

Tweet

วิทยากรแอบน่าสงสารนะคะsad smile

#4 By R-Tech on 2013-03-22 11:23

หุหุ
ถ้าทำได้จริงๆโดยไม่ต้องเกรงใจใครก็คงดีนะคะ big smile

#3 By RaveN on 2013-03-16 23:42

วิทยากรดูเหมือนจะเสี่ยงโดนทำร้าย
( Hot! Hot! )

#2 By Nirankas on 2013-03-16 21:08

อืมมมม น่าคิดsad smile

#1 By NhonNhoi on 2013-03-16 16:23