1+1 เป็น 2 หรือ 3 ก็ได้เฟ้ยยย!!

posted on 11 Jun 2013 21:48 by ccchhhuuunnn directory Diary, Idea

1+1 เป็น 2 หรือ 3 ก็ได้เฟ้ยยย!!

 

 

 

A

วันนี้อยากดราม่าเรื่อง “คณิตศาสตร์”

 

เรื่องโจทย์เลข “1+1 = ?”

 

คนบางคนอาจจะสงสัยว่า ทำไม 1+1 ต้องเป็น 2 เท่านั้นด้วยล่ะ เป็นอย่างอื่นไม่ได้เหรอ

 

1+1 = 1 ก็ได้นี่

เหมือนก่อกองทราย, กองทราย 2 กองเอามารวมกัน ก็กลายเป็นทรายกองใหญ่ 1 กองสิครับ เจ๋งป๊ะหละ

 

1+1 = 3 ก็ได้เหมือนกัน

เหมือนมีพ่อ 1 คน กะ แม่ 1 คน มีอะไรกัน แล้วก็มีลูกออกมา กลายเป็นครอบครัว 3 คนไง ...ฮุฮิฮุฮิ

 

แต่บางคนอาจจะเถียงว่าเป็น 4 ต่างหาก ก็ท้องลูกแฝดนี่ ฮ่าๆๆ

 

มันก็ถูกของเขานั่นแหละ

 

แต่ถ้าเราตอบว่า 1+1 เป็น 2, เราจะโดนหัวเราะเยาะไหม?

จะโดนกล่าวหาว่าอยู่ในกรอบมากเกินไป และไม่มีจินตนาการรึเปล่า?

   

  

B

ในชีวิตการทำงาน เราอาจจะต้องต่อสู้กันด้วยอาวุธสองอย่าง

 

หนึ่ง, ด้วยความคิดสร้างสรรค์

สอง, ด้วยตรรกะ (โดยเฉพาะเวลาเถียงกัน ....ฮา...)

 

บางทีเวลาได้ยินคนบ่น “มนุษย์ที่ทำอะไรเชื่องๆ ตามคำสั่งโดยไม่ใช้สมอง” หรือ “มนุษย์ที่หวาดกลัวเกินกว่าจะยื่นนิ้วหัวแม่เท้าออกมานอกกรอบ” ว่าเป็นพวก “1+1=2” มันก็ทำให้เรารู้สึกเจ็บๆ เหมือนกันนะ

 

 

ก็ 1+1 มันเท่ากับ 2 จริงๆ นี่หว่า ผิดตรงไหนฟะ!

 

 

สงสารตัวเลขนะ อย่าใช้คำอุปมาที่โหดร้ายแบบนั้นเลย

(ว่าไปนั่น 5555+)

 

เราสังเกตว่าคนยุคนี้ บางทีก็มัวแต่เป็นห่วงว่าตนเองจะสูญเสียจินตนาการ เลยลืมนึกไปรึเปล่าหนะ ว่าบางทีจินตนาการก็สามารถปิดกั้นความคิดแบบตรรกะได้เช่นกัน

 

เคยเล่น “เกม 24” มั้ย

 

มันเป็นเกมที่เราแพ้ทุกครั้ง และไม่รู้สึกสนุกด้วยเลย แต่เราประทับใจคอนเซปท์ของมันมาก คือ --- เค้าว่ากันว่า เลข 24 เนี่ยเป็นเลขมหัศจรรย์ เพราะเป็นเลขที่เกิดจาก “อะไร” คูณกับ “อะไร” มากที่สุด ลองไล่ดูสิ 2x12,  3x8,  4x6 ตั้งหลายตัวแหนะ

 

วิธีเล่นก็คือมีเลขมาให้ 4 ตัว ใครคิดวิธีที่ทำให้มันเป็น 24 ได้ก่อนจะเป็นผู้ชนะ

 

เช่น

 

7 2 8 3

 

คำตอบก็คือ

8-2=6

7-3=4

แล้วก็ 4x6=24 คร้าฟฟ

 

 

หรือพวกแอดวานซ์อาจจะตอบว่า

3 ยกกำลัง 2 = 9

9+8+7 = 24 ก็ได้คร้าฟฟ ครีเอถีฟป๊ะหละ

 

เห็นมั้ยว่าเลขก็ครีเอถีฟกันได้

 

แต่ถ้าถามว่าเกมนี้ใช้จินตนาการแบบ 1+1=3 แบบพ่อแม่ลูก(และลูกแฝด) ข้างบนได้มั้ย

ก็ต้องตอบว่าไม่ได้เฟร้ยยย!

 

ไม่งั้นจะเป็นยังไงล่ะ เราจะขอจินตนาการว่า 7+8=24 ได้รึไง? เราจะจินตนาการว่า 2 กะ 3 เนี่ยหายไปเลยได้ไหม โดนโจรขโมยหายวับไปเลย?

 

มันจะโอเคเหรอ

 

มันก็มีลิมิตของมันอยู่นะ

 

ถ้าเล่นกับเพื่อนรับรองโดนด่าเละแน่ 5555+

 

 

C

เจ้านายเราเป็นอาจารย์สอนวิศวะไฟฟ้า จบดอกเตอร์จากญี่ปุ่น เค้าเล่าให้เราฟังเรื่องสมัยเอ็นท์ เป็นเรื่องที่เราฟังแล้วทึ่งมาก

 

คือ...มันไม่ได้มหัศจรรย์อะไรหรอก แต่ว่ามันกลับสมการทั้งหมดที่มีอยู่ในหัวเราเลย

 

ตอนเราเรียนอักษร บางทีเราก็ทุกข์ทรมาน เพราะเรารู้สึกว่าคำถามในข้อสอบมันเจาะทะลุเข้ามาในตัวเรา คำถามแต่ละคำถาม เราต้องเค้นเอาคำตอบที่อยู่ในตัวเราออกมา โดยเฉพาะเรื่องวรรณกรรมและการละคร เราเกลียดความรู้สึกที่ว่าเรากำลัง “มีส่วนร่วม” กับข้อสอบ เรารู้สึกเหมือนกับว่าอาจารย์จะมองเห็นตัวเราผ่านตัวหนังสือ ผ่านความคิดเห็นที่เราเขียนตอบไปในข้อสอบ นึกถึงแมกนีโต้กับชาร์ลส เซเวียร์ใน เอกซ์เม็น, ที่แมกนีโต้ต้องหาที่ครอบหัวมาใส่เพราะกลัวชาร์ลสจะอ่านใจได้, แบบนั้นเลย เราไม่อยากมีส่วนร่วมกับข้อสอบว้อยยย ตอนนั้นน่ะ เราคิดถึงข้อสอบกากบาท คิดถึงข้อสอบเลขกับฟิสิกส์จนจะบ้า

 

แต่ตอนเจ้านายเล่าให้ฟังน่ะ เค้าเล่าอย่างแฮปปี้มาก ว่า “ครูไม่ชอบข้อสอบสังคม อะไรก็ไม่รู้ครูจำไม่ได้ แต่ครูชอบข้อสอบเลข ทำแล้วมันสนุก เหมือนเรามีส่วนร่วมกับข้อสอบ”

 

หือ ว่าไงนะ รู้สึก “มีส่วนร่วม” กับข้อสอบคณิตศาสตร์?

 

คืออัลไลลล???

 

แต่ผ่านไปพักใหญ่ (มากๆ) มันก็ทำให้เข้าใจอะไรขึ้นมาน่ะนะ

 

ใช่แล้วล่ะ ความสนุกของคณิตศาสตร์ก็คงจะเหมือนเล่นเกมอย่างหนึ่ง คือการพยายามหาคำตอบของอะไรซักอย่างโดยใช้ตรรกะนั่นเอง

 

อ่ะคราวนี้ลองนึกถึงโคนันละกัน 555 โคนันมันจะต้องหาตัวคนร้ายจากพยานหลักฐานใช่มั้ยล่ะ (ถึงแม้ว่ามันจะเว่อร์ไปบ้างก็เถอะ) มันอาจจะใช้ความครีเอถีฟได้ แต่ก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของเหตุผล ส ะ เ ห ม อ   เช่น เฮ้ยทำไมมีรอยเลือดอยู่บนเสื้อของรัน?? มันก็จะต้องคิดไว้ร้อยแปด แล้วค่อยๆ ตัดตัวเลือกออกตามตรรกะใช่มั้ย ไม่ใช่มาถึงก็จินตนาการเลย อ๋อ รันทำครัวอยู่ แล้วอยู่ดีๆ ก็มียูเอฟโอลอยมาชน โครม! แล้วมีดก็บาด -- - มันม่ายช่าย

 

 

D

ถ้าคณิตศาสตร์มันสอนอะไรเราได้ มันก็คงจะสอนให้เรา “เคารพเงื่อนไข”

 

ทำเลขมั่วไม่ได้ สิ่งที่กำหนดไว้ก็คือสิ่งที่กำหนดไว้ --- มันจะต้องตายตัวเสมอ --- เหมือนเกม 24, มันมีเงื่อนไขอยู่แล้วว่าเลขอะไรคูณกันได้อะไร จะมามั่วให้ 4x5 ได้ 24 เลยไม่ได้

 

กับงานบางอย่าง ความคิดแบบมีเงื่อนไขไม่ค่อยจำเป็นเท่าไหร่นัก เค้าอาจจะเน้นกันที่ความแปลกแหวกแนว ถ้าสมมุติเราทำงานศิลปะหรืองานครีเอทีฟ แล้วเรามัวแต่ 1+1=2 เราก็อาจจะตามไม่ทันอะไรเลย และอาจจะโดนเตะออกมาจากบริษัทได้ แต่กับงานอีกแบบนึง ความเคารพในเงื่อนไขมันกลับเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ถ้าพลาดนิดเดียวอาจจะถึงตายได้เลย และบางทีคนที่ถนัดงานสายอื่น ก็จะไม่เข้าใจ และอาจจะดูถูกว่าเป็นพวก “อยู่ในกรอบ” ที่ "น่าเบื่อ"

 

ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วมันอาจจะไม่ใช่ก็ได้

 

ทั้งๆ ที่ความจริงพวกเขาอาจจะกำลังสนุก เหมือนกำลังเล่นเกม 24 อยู่ก็ได้นะ!

 

 

 

เออ ดราม่าไปงั้นแหละ 5555

 

ความจริงถ้าจะให้สรุปจริงๆ ก็คือ อยากจะบอกว่า

 

พวกที่คิดว่า 1+1=3 หรือ 4 หรือ 5 น่ะ อย่าดูถูกพวก 1+1=2 ได้ไหม

ความจริงมันก็ถูกทั้งคู่นั่นแหละ

 

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

เพิ่งมีโอกาสมาอ่านนะ พี่ชอบ สนุกดีจ้า big smile big smile

#3 By Naya (144.82.243.99|144.82.243.99) on 2014-06-04 23:51

ห๊ะ ตอนพี่ทำข้อสอบ ไม่เคยรู้สึกว่ามีส่วนร่วมแบบทะลุทะลวงเลยนะ (หรือเอกไทยไม่มีโมเมนต์นั้นวะ? ต้องมีดิ!!) แต่ตอนเรียนแอ็คติ้งน่ะใช่ 555

#2 By Kwanrapee on 2013-06-15 23:26

1+1 = 2 แน่ๆ
ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น
( Hot! Hot! )

#1 By Nirankas on 2013-06-11 22:39