[BOOKS] เด็กชายแสนเศร้า

posted on 16 Aug 2013 10:56 by ccchhhuuunnn directory Fiction, Entertainment
เด็กชายแสนเศร้า

 
รีวิวหนังสือ:
 
"ยูนิเวอร์เศร้า" - - - VS - - - "เจ้าชายน้อย"
 

 
 

1

พูดถึงความเศร้าแล้วนึกถึงอะไรกันบ้าง

มีคนนึกถึงเด็กผู้ชาย หรือนึกถึงดวงดาวบ้างไหม?

 

เราเพิ่งอ่านหนังสือน่ารักๆ เล่มนึงชื่อ “ยูนิเวอร์เศร้า” เมื่อซักเดือนสองเดือนที่แล้ว พออ่านจบก็นึกถึง “เจ้าชายน้อย” ทันที ทำไมนะ ทำไมเรื่องเศร้าๆ ต้องมีตัวละครเป็นเด็กชายตัวน้อย และทำไมต้องเป็นดวงดาว เด็กชายแสนเศร้าและดาวดวงเล็กดวงน้อยมีความหมายอะไรเหรอ

 

แล้วทำไมไม่เป็นเด็กผู้หญิงบ้างนะ

 

เออ...คำถามสุดท้ายอาจจะตอบง่าย ก็พี่คนเขียนสองคนนั้นเขาเป็นผู้ชายนี่นา 5555

 

 

2

“ยูนิเวอร์เศร้า”  - - เรื่องและภาพโดย ทีปกร วุฒิพิทยามงคล สำนักพิมพ์ใยไหม YM Creative พิมพ์ปี 2556 ไม่อยากจะบอกเลยว่า ตอนซื้อมาไม่คิดเลยว่าเป็นหนังสือของพี่แชมป์ เว็บมาสเตอร์ Exteen และพอไปกูเกิ้ลพี่เค้า ก็ปรากฏว่า เฮ้ย ทำ “วัฒนธรรมชุบแป้งทอด” และเฮ้ย เป็นพี่ “หมีเขี่ย” ด้วย!

 

เขินอ้ะ ไม่เคยรู้เลย 5555

 

“ยูนิเวอร์เศร้า” ขึ้นคำโปรยไว้ว่า “เรื่องราวของเด็กชายที่เรียนรู้ว่า... เราไม่ได้เศร้าคนเดียวในจักรวาล” อ่า...ฟังดูน่าสนใจ และผู้เขียนก็ออกตัวไว้ในคำนำ ว่าเขาเขียนในช่วงเวลาที่ชีวิตกำลังเศร้าเช่นกัน

 

หนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องของเด็กชายตัวน้อยนัยน์ตาว่างเปล่า ที่บอกว่าตัวเอง “ไม่มีความรู้สึก” พ่อแม่ของ “เด็กชาย” คนนี้พยามหาของเล่นเจ๋งๆ มาให้ ทำขนมอร่อยๆ ให้กิน แต่เขาก็ไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย แล้วยังเกลียดสีสันทุกสีถึงขนาดทาห้องให้เป็นสีเทา ทำให้ท่านพ่อแม่กลุ้มมาก และในที่สุดก็ต้องเสี่ยงดวงเอากับแพ็คเกจ “สถานีอวกาศบำบัดความเศร้า” ที่จะส่งเด็กชายขึ้นไปผจญภัย (?) บนดาวดวงต่างๆ ในอวกาศนั่นเอง

 

เรื่องที่เจอคนแบบต่างๆ บนดวงดาวแบบต่างๆ นี่แหละที่ทำให้เรานึกถึง “เจ้าชายน้อย” ตอนแรกเรานึกว่าพล็อตซ้ำแหงๆ แต่พออ่านจบทั้งสองเล่มแล้วถึงได้รู้ว่า มันต่างกันคนละขั้วเลย

 

“เจ้าชายน้อย (Le Petit Prince)” - - เขียนและวาดภาพประกอบโดย อองตวน เดอ แซงเต็กซูเปรี (Antoine de Saint-exupery) นักเขียน/นักบินชาวฝรั่งเศสในช่วงสงครามโลก เหมือนจะเป็นหนังสือในตำนานที่เด็กศิลป์-ฝรั่งเศสจะต้องอ่าน เราเคยอ่านครั้งแรกตอนเด็กๆ ในห้องสมุด ที่บ้านไม่มี เพื่อนเราเลยส่งลิ้งค์ที่เป็น pdf มาให้ แต่มันเป็นภาษาอังกฤษ พออ่านจบก็ยังไปยืมห้องสมุดมหาลัยมาอีก ซึ่งเป็นฉบับภาษาไทยที่แปลจากฝรั่งเศส 555 จริงจังมาก (เล่มนี้แปลโดย อริยา ไพฑูรย์, หนังสือยามเช้า, 2546)

 

“เจ้าชายน้อย” เริ่มต้นด้วยเรื่องราวของ “ผม” ซึ่งเป็นนักบินคนหนึ่ง เขาเล่าว่าตอนเด็กเขาเคยวาดรูป “งูเหลือมที่กลืนช้างเข้าไปทั้งตัว” ตามที่อ่านเจอในหนังสือสารคดี แล้วพอเอาไปให้ผู้ใหญ่ดูแล้วถามว่ากลัวไหม ผู้ใหญ่กลับถามว่า แล้วฉันจะกลัว “หมวก” ไปทำไม - - คือรูปที่เขาวาดมันดูเหมือนหมวกมาก - - จากนั้นก็โดนไล่ให้ไปเรียนหนังสือ เขาเหมือนจะเจ็บปวดกับความไม่เข้าใจนี้มาก เลยคิดว่าคงไม่มีผู้ใหญ่คนไหนในโลกเข้าใจเขา และมักจะใช้รูปนี้เป็นเกณฑ์ตัดสินส่วนตัวว่าคนไหนเป็น “ผู้ใหญ่” คนไหนเป็น “เด็ก”

 

วันหนึ่ง - - เมื่อเขาเติบโตเป็น “ผู้ใหญ่” และได้เป็นนักบิน - - เขาก็เกิดอุบัติเหตุเครื่องบินตกกลางทะเลทราย ระหว่างที่เขาพยายามซ่อมเครื่องนั่นเองที่เขาได้พบกับ “เจ้าชายน้อย”

 

 

3

หนังสือทั้งสองเล่มนี้เหมือนกันตรงที่ว่า มีเด็กชายเดินทางไปตามดาวดวงต่างๆ แล้วก็เจอผู้ใหญ่แบบต่างๆ ที่ดูแปลกประหลาดในสายตาของ “เด็ก” แต่ว่าบทสรุปที่ได้จากดาวแต่ละดวงของ “ยูนิเวอร์เศร้า” และของ “เจ้าชายน้อย” นั้นไม่เหมือนกันเลย

 

“เด็กชาย” จากเรื่อง “ยูนิเวอร์เศร้า” ไปพบเจอกับหญิงสาวนักปลูกดอกไม้ที่ปลูกดอกไม้เท่าไหร่ก็ไม่มีความสุข เจอนักบินอวกาศที่ไม่กล้าถอดชุดใหญ่โตเทอะทะของตัวเองเพราะกลัวอันตราย ทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าอันตรายจริงรึเปล่า เจอสโนว์แมนกับสโนว์วูแมนที่ไม่ยอมคุยกัน ฯลฯ ซึ่งบนดาวแต่ละดวง “เด็กชาย” ก็จะรู้สึกหงุดหงิดกับผู้ใหญ่ “แปลกๆ” พวกนั้นมาก และพอหมดความอดทนก็จะลงมือ “ช่วย” คนพวกนั้นโดยไม่ได้ตั้งใจ เช่น ตอนไปเจอวิศวกรที่พยามสร้างทางออกจากอะไรซักอย่างจนมันวนไปวนมาเป็นสปาเก็ตตี้ เด็กชายก็เอาไดนาไมท์มาระเบิดแมร่งเลย พอมองทะลุรูโหว่ออกไปเห็นท้องฟ้า(อวกาศ?)แล้ว วิศวกรถึงได้คิดว่า เออเนอะ ทางออกของเขาบางทีมันก็ “ง่ายๆ แค่นี้เอง”

 

การที่เด็กชายคนนี้ได้ไปเยือนดาวดวงต่างๆ เขาได้ช่วยให้ “ผู้ใหญ่” บนดาวแต่ละดวงตระหนักถึงความไม่เข้าท่าของตน  ซึ่งปัญหาเหล่านี้ก็เป็นปัญหาแบบ “ผู้ใหญ่ๆ” เช่น การปล่อยวาง การตามหาเป้าหมายในชีวิต การไม่จมอยู่กับความทุกข์เมื่อผิดหวังเรื่องความรัก หรือการเปิดใจยอมรับการเปลี่ยนแปลง ...มันดูเป็นปัญหาที่มี “ทางออก” ซึ่งเด็กชายได้ชี้ให้เห็นด้วยการกระทำที่ซื่อตรง ผสมความหงุดหงิดน่ารักๆ ของเขานั่นเอง

 

ตรงกันข้ามกับ “เจ้าชายน้อย” จากเรื่อง “เจ้าชายน้อย” ดาวที่เจ้าชายน้อยไปเยือน มีแต่ผู้ใหญ่ที่ไม่รับฟังอะไรทั้งสิ้น  เจอพระราชา ที่พอเจ้าชายน้อยเหนื่อยและหาว พระราชาก็สั่งว่าห้ามหาว มันผิดมารยาท แต่พอคุยไปคุยมาก็เกิดสนใจเรื่องหาวขึ้นมา ก็เลย “สั่งให้หาว” ซึ่งแน่นอนว่าการหาวนั้นสั่งให้เริ่มหรือหยุดไม่ได้ เจอนักธุรกิจที่เอาแต่นับดาวและคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของดาวทุกดวง เจอนักสำรวจที่เอาแต่นับภูเขา นับแม่น้ำ อะไรอย่างนั้น ซึ่งแต่ละคนก็มัวแต่หมกมุ่นอยู่ในโลกของตัวเอง ถ้าไม่บ้าอำนาจ หรือหน้าเงิน ก็เป็นพวกทำตามคำสั่งเป็นหุ่นยนต์ และไม่มีใครสนใจฟังเจ้าชายน้อยเลยแม้แต่คนเดียว

 

 

4

เรื่อง “ยูนิเวอร์เศร้า” มีจุดเด่นตรงที่ความช่างคิด แม้กระทั่งชื่อเรื่อง (Universal-ยูนิเวอร์เศร้า) - - เนื้อเรื่องเข้ากันดีกับรูปประกอบ หรืออาจจะพูดได้ว่า รูปเข้ากันดีกับเนื้อเรื่อง... อะไรมาก่อนเนี่ย งงละ 5555 เอาเป็นว่า เราชอบงานสไตล์นี้มาก ตัวเอกเป็นเด็กผู้ชายน่ารักขนาดกำลังดี ดูเหงาๆ และมีตาเป็นจุดกลมๆ ( : บางคนอาจจะหมั่นไส้นะ แต่เราชอบลุคนี้ ให้สีสวย รูปน่ารัก มีรายละเอียดเยอะ ดูหลายรอบก็ไม่เบื่อ

 

ตอนที่เราชอบที่สุดใน “ยูนิเวอร์เศร้า” คือตอนก่อนจะถึงดาวดวงสุดท้าย มันเป็นตอนที่เด็กชายได้เรียนรู้ว่าจริงๆ แล้วเขาไม่ได้เป็นคนไม่มีความรู้สึกนะ เขาก็เศร้าเป็นเหมือนกัน และความเศร้าทำให้เขาเรียนรู้ถึงสิ่งสำคัญที่เขาสูญเสียไป และเราก็ชอบดาวดวงสุดท้ายมาก ตอนที่นักวิทยาศาสตร์กดปุ่มนี่แบบ... 

 

แต่มันก็มีบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้เราสะดุดนิดหน่อย ตอนกำลังอินๆ มีประโยคนึงที่เหมือนจะทำให้เรา “หลุด” ออกมาจากเรื่อง ก็คือตอนที่เด็กชายร้องไห้ แล้วก็ด่าตัวเองว่า “จะดราม่าอะไรนักหนา” ซึ่งเรารู้สึกทันทีว่าใบหน้าของเด็กชายหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยเสียงของผู้ใหญ่คนหนึ่ง - - ซึ่งอาจจะเป็นพี่คนเขียน คือมันไม่ใช่ภาษาเด็กน่ะ อย่างน้อยก็ไม่ใช่ภาษาที่เด็กชายใช้มาตลอดเรื่อง เหมือนพี่เค้าเผลอเขียนภาษาของตัวเองลงไปซะอย่างงั้น

 

อีกอย่างหนึ่ง ไม่รู้เกี่ยวรึเปล่า แต่พอพลิกไปด้านหลังแล้วตรงบาร์โค้ดมันเขียนว่า เป็นหมวด “จิตวิทยาพัฒนาตนเอง” ถึงว่าสินะ... อ่านแล้วยังรู้สึกว่าเป็นส่วนผสมบางๆ ระหว่าง “วรรณกรรม/การ์ตูน” กับหนังสือ “ฮาวทู” จะทำยังไงเมื่อผิดหวัง อะไรประมาณนั้น

 

ส่วน “เจ้าชายน้อย” นี่มีความเป็นวรรณกรรมจ๋าเลย แม้แต่รูปประกอบเจ้าตัวยังบอกซ้ำแล้วซ้ำอีกว่าผมวาดได้แค่นี้เอง ไม่แน่ใจว่าจะเหมือนรึเปล่า ฯลฯ (แต่ก็มีหลายคนที่ชื่นชมว่าเป็นรูปวาดที่ดูบริสุทธิ์งดงาม) และเล่มที่ยืมมาจากห้องสมุดมหาลัยก็ดัน ไม่มีรูปประกอบ! โดยอ้างคำคมประจำเล่มที่ว่า “สิ่งสำคัญไม่อาจเห็นได้ด้วยตา” เก๋ไปป่ะ ถามจริง

 

แม้ว่าเราจะรำคาญมาตลอดที่เรื่องนี้ชอบโทษผู้ใหญ่อย่างนั้นอย่างนี้ แต่ตอนที่เราชอบก็มีเหมือนกัน เราชอบ “งู” มาก มันดูฉลาด คือในเรื่องนี้ผู้ใหญ่ทุกคนโง่หมด แต่สิ่งที่ฉลาดคือหมาจิ้งจอกกับงู แม้แต่คำคม “สิ่งสำคัญไม่อาจเห็นได้ด้วยตา” ยังเป็นคำพูดของจิ้งจอกเลย แล้วมันก็ทำให้เราลุ้นมาก บางคนอาจจะสงสัยว่าแกจะลุ้นอะไรกับเจ้าชายน้อยวะ แต่เรารู้สึกแบบ เห้ย... แย่แล้ว... อย่าบอกนะว่า... แล้วมันก็เป็นอย่างที่เราคิดจริงๆ ด้วย แง...T^T

 

เหมือน “ยูนิเวอร์เศร้า” จะออกไปในทางคิดบวก positive thinking คือแนะวิธีคิดให้หลุดออกมาจากความเศร้า แต่ “เจ้าชายน้อย” มันดูเป็นความเศร้าที่ลึกซึ้งกว่า และไม่ค่อยมีทางออกเท่าไหร่นัก มันดูเป็น tragedy นะ...หรือไม่ก็ bittersweet ที่แม้จะหมดหวังแต่ก็มีความงดงามอยู่ในนั้น มีตอนนึงที่ “ผม” กับ “เจ้าชายน้อย” เดินอยู่ในทะเลทรายทั้งคืนเพื่อตามหาบ่อน้ำ แล้วพอได้ดื่มน้ำ เขาก็รู้สึกว่าน้ำมันหวานกว่าน้ำทั่วๆไป ซึ่งเขาให้เหตุผลว่า “Its sweetness was born of the walk under the star” เห็นแมะ สวยงามอ้ะ…

 

 

5

อีกเรื่องนึงที่ไม่รู้ว่าเกี่ยวรึเปล่า คือเรื่อง “ความเป็นเด็ก” และ “ความเป็นผู้ใหญ่”

  

ทั้งสองเล่มชัดเจนมากว่าผู้ใหญ่ทุกคนมองโลกแค่ในวงสายตาของตัวเองเท่านั้น ดาวทุกดวงมีคนอยู่แค่คนเดียว เหมือนเป็น “โลก” ของคนแต่ละคนที่เขาจะไม่ยอมออกมาง่ายๆ ...ถ้าไม่มีเด็กซักคนหนึ่งบังเอิญหลงเข้าไป

 

อืมม.. ทำไมเราต้องคิดว่าผู้ใหญ่เป็นแบบนั้นด้วยนะ?

 

เหมือนพี่อองตวนเค้าจะเกลียดผู้ใหญ่แฮะ ก็เข้าใจแหละว่าเป็นการเสียดสี และบางครั้งก็เจ็บแสบและตรงกับความจริงอย่างโหดร้ายทีเดียว แต่ในฐานะผู้ใหญ่คนหนึ่ง (?) เราก็ยังคงรู้สึกว่า ไม่ใช่ผู้ใหญ่ทุกคนที่เป็นแบบนั้น เขาแทนค่าความเป็นผู้ใหญ่ด้วย “ตัวเลข” และแทนเด็กด้วย “ศิลปะ”

 

มีตอนนึงบอกไว้ว่า - - - “...ถ้าคุณเล่าให้ผู้ใหญ่ฟังว่า ฉันเห็นบ้านหลังหนึ่ง ก่อด้วยอิฐสีแดง มีดอกเจอราเนียมอยู่ตรงหน้าต่าง และมีนกพิราบเกาะอยู่บนหลังคา พวกเขาจะไม่สามารถจินตนาการถึงบ้านหลังนี้ได้เลย แต่ถ้าคุณเล่าว่า ฉันเห็นบ้านหลังหนึ่งราคาแสนฟรังซ์ เขาจะร้องว่า โอ้โฮ สวยจริงๆ” - - - ร้ายกาจมั้ยล่ะ 555

 

แต่ถ้าเราเป็นเด็กที่ชอบเลขมากๆ หรือเป็นผู้ใหญ่ที่จิตใจอ่อนโยน เราอาจจะเฮิร์ทก็ได้นะ (ว่าไปนั่น) (แต่พูดจริงๆ)

 

ตัวละครอีกตัวนึงในเจ้าชายน้อยก็คือ “ดอกไม้” ที่เรารู้สึกว่าเหมือนจะเป็นตัวแทนของ “ผู้หญิง” ดอกไม้ดอกนี้ทั้งหยิ่งและอ่อนแอ ทั้งไร้เดียงสาและมากมารยาในขณะเดียวกัน แน่นอนว่าเราไม่ค่อยปลื้มกับมุมมองนี้เท่าไหร่ แม้จะรู้ว่ามันเป็นแค่การเสียดสีก็ตาม

 

ถึงเราจะชอบทั้งสองเล่มพอสมควร แต่ก็ไม่ถึงกับเป็นหนังสือในดวงใจ เราไม่ค่อยมีความรู้สึกร่วมกับปัญหาของเด็กชายทั้งสองเท่าไหร่นัก  อ่า...สำหรับยูนิเวอร์เศร้า อาจจะเป็นเพราะเรายังไม่เคยอกหักร้ายแรงก็ได้นะ ส่วนสำหรับเจ้าชายน้อย ตอนเด็กเราไม่เคยรู้สึกว่าผู้ใหญ่ “ทุกคน” ไม่เข้าใจเรา - - ผู้ใหญ่ที่ไม่เข้าใจเราในตอนเด็ก ตอนนี้ก็ยังคงไม่เข้าใจอยู่อย่างนั้น - - ส่วนผู้ใหญ่ที่เข้าใจเราตอนเด็ก ตอนนี้ก็ยังคงเข้าใจอยู่ - - คือบางทีความเข้าใจมันก็ไม่เกี่ยวกับอายุรึเปล่า?

 

อีกอย่างหนึ่งคือ เราไม่เคยรู้สึกว่าโลกของเราสูญสลายเมื่อเราเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เราดีใจที่เราโตขึ้น แต่ชีวิตของเราแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะเจอเรื่องร้ายๆ ในวัยเด็ก ไม่ได้มีชีวิตสวยงามเหมือนคนอื่น เมื่อโตขึ้นทุกอย่างถึงค่อยๆ ดีขึ้น แต่บางคนอาจจะกลับกัน ชีวิตตอนเด็กมีความสุข แต่ไม่รู้ทำไมพอโตแล้วปัญหาถึงถาโถมเข้ามา มันก็แล้วแต่โชคชะตา

 

เราเลยรู้สึกมาตลอดว่าเด็กกับผู้ใหญ่เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความละเอียดอ่อนเหมือนๆ กัน เพียงแต่ผู้ใหญ่อาจจะเข้มแข็งกว่า และบางทีอาจจะน่าเห็นใจตรงที่ว่า เขาต้องปิดสวิตช์ “ความเป็นเด็ก” บางอย่างไป เพื่อที่จะอยู่รอดในสังคม

 

ทั้งสองเล่มนี้ เหมือนจะมีตัวละครเด็ก แต่จริงๆ (เราคิดว่า) คงไม่ใช่ตั้งใจเขียนให้เด็กอ่าน ไม่มีเรื่องราวตลกขบขัน หรือสนุกสนานผจญภัย และทั้งสองเล่มนี้ไม่มีตัวละครอื่นที่เป็น “เด็ก” อีกเลยนอกจากตัวเอก ตัวละครอื่นล้วนแต่เป็น “ผู้ใหญ่ที่มีปัญหา” ทั้งสิ้น เราเลยรู้สึกเหมือนมันเป็นการ “เอาเด็กมาเตือนสติผู้ใหญ่” ...กลายๆ น่ะนะ เราอ่านเจ้าชายน้อยครั้งแรก จำได้ว่าไม่ชอบเลย โดยเฉพาะเรื่องรูปงูกลืนช้างอะไรนั่น รู้สึกเหมือนมันเป็นเด็กเรียกร้องความสนใจ เพิ่งมาชอบมากขึ้นเมื่ออ่านรอบสองนี่เอง

  

บางคนอาจจะเถียงว่า ตอนเด็กฉันชอบเจ้าชายน้อยมาก ...ก็ไม่ว่าอะไร 5555

  

ส่วนผู้ใหญ่ที่ชอบ “เจ้าชายน้อย” ก็คงเป็นเพราะว่า เขาทำให้ผู้ใหญ่ทั้งหลายหวนคิดถึงวัยเยาว์ของตนเอง เวลาอ่านก็แทนตัวเองเป็น “เจ้าชายน้อย” ไม่ใช่เป็นงูหรือพระราชา นี่อาจจะเป็นเหตุผลก็ได้นะว่าทำไมเล่มนี้จึงเป็นวรรณกรรมในดวงใจของทุกคน เพราะลึกๆ แล้วทุกคนก็ยังรู้สึกว่าตัวเองเป็นเด็กน้อยอยู่นั่นเอง

 

สุดท้ายนี้ ไม่ว่ายังไง เราก็ดีใจที่ได้รู้จักเด็กชายทั้งสองคนนะ ถึงจะอ่านแล้วไม่ค่อยหายเศร้า เพราะความเศร้าของเราไม่ตรงกับของพวกนาย แต่เราก็รู้สึกดีนะ ขอบคุณเด็กชายแสนเศร้าทั้งสองที่เตือนเราอีกครั้ง เพราะบางทีเราก็ลืมไปว่า เราไม่ควรจมอยู่กับความเศร้าของตัวเองมากมายนัก บางทีเราก็ควรมองในสิ่งที่ตามองไม่เห็น และบางทีเราก็นึกไม่ถึงว่าสิ่งเล็กๆ สำหรับคนๆ หนึ่ง อาจจะเป็นโลกทั้งใบของอีกคน…

 

สุดท้ายของสุดท้าย...

 

อยากจะถามพี่แชมป์ว่า ทำไมเด็กชายของพี่ถึงแต่งตัวเหมือนโคนันเลยล่ะครัฟฟ

 

ฮา...

 

และอยากจะบอกพี่อองตวนว่า คนอื่นคิดว่าพี่หายสาบสูญไปบนท้องฟ้า แต่เราแน่ใจว่า พี่อ่ะ แอบเดินทางไปหาเจ้าชายน้อยของพี่ต่างหากเล่า ^..^

 

 

 

 

 

 

ปล. พูดถึงเด็กชายแสนเศร้าแล้ว นึกขึ้นได้ว่ามันมีอีกเรื่องนึง หลายคนคงเคยอ่าน “ต้นส้มแสนรัก” ใช่มั้ย เรื่องนั้นเราชอบมาก แบบชอบมากจริงๆ ...ไว้ว่างๆ เราจะเขียนถึงเซเซ่บ้างนะ

 

เออ แต่จะว่าไป เซเซ่ ก็เป็นเด็กผู้ชายนี่?

 

ขอวนกลับไปที่คำถามแรก: ทำไมเด็กน้อยแสนเศร้าต้องเป็นเด็กผู้ชายเท่านั้นด้วยฮะ? อยากอ่านเด็กหญิงแสนเศร้าบ้าง ใครเคยอ่านเล่มไหนช่วยแนะนำหน่อยสิ

  

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ชอบทุกเรื่องที่พูดถึงเลย

#12 By Fragrances on 2013-12-13 20:04

เป็นหนังสือที่น่าอ่านมากครับ

#9 By promotethai on 2013-09-27 07:08

ชอบเจ้าชายน้อย คงหาอีกเล่มมาอ่นดูแล้ว

#8 By GibGae (172.16.0.234, 172.16.0.234, 127.0.0.1, 171.98.47.250) on 2013-08-29 09:56

เป็นหนังสือที่น่าสนใจดีค่ะbig smile Hot!

#7 By R-Tech on 2013-08-25 19:41

เจ้าชายน้อยนี่ที่สุดแล้ว!!

#6 By siwika on 2013-08-24 11:50

หนกbig smile

#5 By ICEE (14.207.87.181) on 2013-08-24 09:10

เรื่องที่พูดถึงมา 4 เรื่อง(โดยเฉพาะต้นส้มฯกับกะทิ) เป็นหนังสือที่อ่านแล้วร้องไห้ทุกเรื่องเลยค่ะ //ไม่เกี่ยว
แต่เพิ่งเข้าใจนี่แหละว่าเจ้าชายน้อยต้องการจะสื่อแบบนี้นี่เอง คงต้องไปอ่านอีกรอบ...
(อ่านรอบแรกยังเด็กไปมั้ง ไม่เก็ทอ่ะ(...))
(แต่ก็อ่านพร้อมต้นส้มฯ ยังร้องไห้เลย(...))
โอชิน
( Hot! Hot! )

#1 By Nirankas on 2013-08-17 21:26