เด็กชายฟ้าร้อง

posted on 20 Aug 2013 09:44 by ccchhhuuunnn directory Fiction
เด็กชายฟ้าร้อง
 
 
เมื่อจ้าวแห่งความมืด(สุดโหด) กับจ้าวแห่งแสงสว่าง(สุดหล่อ) ต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงตัวผม! แหม เขินจังเลยครับ เอ่อ...ว่าแต่...ทำไมอยู่ดีๆ ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสองถึงอยากได้เจ้าตัว 'ฟ้าร้อง' อย่างผมด้วยล่ะเนี่ย? 
 
...........
 

ตอนที่ 1 ของเหลวใสสามหยด

 

ฟ้าร้องชื่อ ”ฟ้าร้อง”

 

เขาไม่มีชื่ออื่นใดอีก และไม่มีความสามารถอื่นใดอีก นอกจากเรียกเสียงฟ้าร้อง

 

ตลอดชีวิตอันแสนอาภัพของเขา เขาได้ทำให้คนแก่ที่น่าเวทนาเป็นจำนวนมากต้องหัวใจวายเฉียบพลัน ทำให้เด็กน้อยไร้เดียงสาจำนวนมากพอๆ กันต้องแผดเสียงร้องไห้ และอาจจะเคยทำให้ผู้มีแก้วหูบอบบางมีอันต้องได้รับความกระทบกระเทือนไม่มากก็น้อย

 

แต่เขาไม่ได้ตั้งใจนะ และเขาก็พยามคิดว่าไม่ใช่ความผิดของตัวเอง เป็นความผิดของ “ฟ้า” ต่างหาก

 

ทำไมฟ้าต้องร้องคำรามเวลาเขาโกรธ? ทำไมฟ้าต้องร้องเวลาเขาตกใจ? และที่ไร้สาระไปกว่านั้น...ทำไมฟ้าต้องร้องเวลาเขากำลังสนุกสนานตื่นเต้น? นี่มันหาเรื่องกันนี่หว่า ไอ้ท้องฟ้าเอ๊ย อยากมีส่วนร่วมกับชีวิตของเขานัก ก็เสด็จลงมาขอเป็นเพื่อนกันดีๆ ก็ได้นี่ แหม่...

 

แต่ตอนนี้ฟ้าร้องโตแล้ว อายุสิบเจ็ดปี และเลิกพูดคุยกับท้องฟ้าไปนานมากแล้ว เขาก้มหน้าก้มตาใช้ชีวิตเงียบๆ และพยายามไม่โกรธ ไม่ตกใจ และไม่ปล่อยให้ตัวเองรู้สึกสนุกสนานกับอะไรมากเกินไป แต่แล้วก็เหมือนชะตาของเขาจะถึงฆาต เมื่อเขาดันยื่นใบสมัครฝึกงานกับบริษัทใหญ่ยักษ์บริษัทหนึ่ง แล้วเห็นในใบสมัครมีช่องว่างให้กรอก “ความสามารถพิเศษอื่นๆ”

 

ในเมื่อเขากรอก “ว่ายน้ำ” ลงไปในช่อง “ความสามารถพิเศษ” แล้ว

แล้วเขาจะกรอกอะไรลงไปในช่อง “ความสามารถพิเศษ อื่ น ๆ” ล่ะนี่??

 

ปล่อยโล่งไปดีไหม?

 

ไม่ได้ ไม่ได้เด็ดขาด ในหนังสือคู่มือการสมัครฝึกงานบอกว่าห้ามเว้นอะไรโล่งไว้ ตัวเองมีความสามารถอะไรให้ใส่ไปให้หมด มันอาจจะมีประโยชน์ในอนาคต

 

 เอาวะ

 

เขียนก็เขียน

 

ในที่สุดฟ้าร้องก็กลั้นใจกรอกตัวอักษรโยกโย้ลงไปในช่องนั้น

 

“ความสามารถพิเศษอื่นๆ :..........เรียกเสียงฟ้าร้องได้..........”

 

//////////

 

ความมืดชื่อ “คืนแรม”

 

แต่ความจริงแล้วเขามีนามอื่นอีกมากหลาย และมีความสามารถอีกมากเท่ากับนามทั้งหลายของเขา แต่เขาไม่ได้สนใจเท่าไหร่นัก เขาใช้พลังที่มีจนครบทุกพลังรึเปล่าก็ยังไม่รู้เลย

 

แต่ที่แน่ๆ ก็คือ เขาไม่สามารถเรียกเสียงฟ้าร้องได้

 

และเขาก็ต้องการให้เกิดฟ้าร้องขึ้นมาเป็นอย่างยิ่ง

 

คืนแรมสูบบุหรี่ที่ปล่อยควันสีดำสนิทเป็นเกลียวเบาบาง พลางเพ่งพินิจหนุ่มน้อยผู้มาใหม่ หมอนี่ท่าทางธรรมดามากเสียจนเขาคิดว่าถ้าเขาหลับตาลง ณ ตอนนี้ เขาคงจะจำรายละเอียดเกี่ยวกับหนุ่มคนนี้ไม่ได้เลย รู้แต่เพียงว่าตัวเล็กไปหน่อยเท่านั้น ทำผมยังไง ใส่เสื้อสีอะไร หูตาจมูกปากคลับคล้ายคลับคลาเหมือนใครหรือไม่ เขาก็คงจำไม่ได้

 

ไม่สมกับเป็น “ฟ้าร้อง” เลย

 

ถ้าบอกว่าเรียก “สายลม” ได้ ก็ว่าไปอย่าง....

 

เลือกผิดคนรึเปล่านี่?

 

คืนแรมนึกถึงวันที่เจ้าเด็กฟ้าร้องมาสัมภาษณ์ฝึกงาน เวลานัดคือบ่ายโมงสามสิบนาที แต่เขาต้องรีบไปที่ศูนย์ฯ ใหญ่ตั้งแต่ยังไม่เที่ยง เมื่อเลขารายงานว่าไอ้แสงสว่าง --- ไอ้ “แสงแรก” มันจะไปนั่งฟังสัมภาษณ์ด้วย

 

“เผื่อนายไม่เอาฉันจะได้เอา” มันว่าไว้อย่างนั้น

 

ไอ้พวกฉวยโอกาส ไม่มีทางซะหรอก คนมีพลังแบบนี้หาได้ง่ายๆ ซะที่ไหน

 

เขาจอดรถส่งๆ ไว้หน้าศูนย์ฯ ใหญ่ ก่อนจะเดินเข้าไปทางประตูหน้าอย่างไม่เกรงกลัว พนักงานนับร้อยที่กำลังจะไปพักกลางวันต่างก็หน้าซีดถอยกรูด แหวกทางให้ราวกับเขาเป็นราชา

 

ใช่สิ ทุกคนรู้ดีว่าเขาเป็นราชา และรู้ดีว่าเขามาทำอะไรที่นี่

 

ราชาสองคน อยู่ในบริษัทเดียวกันไม่ได้หรอก

 

////////

 

"เอาหละ ฟังนะ” คืนแรมขยี้บุหรี่กับจานแก้ว เอนหลังพิงพนัก “ฉันมีภารกิจแรกให้นายทำ”

 

“อะ...ครับ”

 

“วันนี้ฉันจะไปเดินเล่นกับดาวเหนือ --- แฟนฉัน”

 

“เอ้อ...คะ...ครับ”

 

“ฉันจะให้นายจับตาดูอยู่ห่างๆ”

 

ความเข้าใจฉายวูบในดวงตาของฟ้าร้อง เขาดูจะภาคภูมิใจอยู่นิดๆ “แบบเป็นการ์ดใช่มั้ยครับ”

 

“ไม่...”

 

“อ้าว”

 

คืนแรมหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากลิ้นชัก แล้วโยนโด่งสูงสุดปลายแขน แต่ฟ้าร้องก็รับไว้ได้อย่างฉิวเฉียด เมื่อดูดีๆ ถึงรู้ว่ามันคือกล้องส่องทางไกล

 

“ไม่ใช่แบบการ์ด แต่เป็นแบบแบบเป็นสตอล์กเกอร์”

 

“หา?”

 

“นายคอยดูฉัน ...แล้วพอนายเห็นดาวเหนือกับฉันกำลังเข้าด้ายเข้าเข็มเมื่อไหร่ ให้นายนับหนึ่งถึงสิบ แล้วค่อยปล่อยเสียงฟ้าร้อง เข้าใจมั้ย ...ไหนทวนซิ"


"ห่ะ? ผมต้องทำอะไรนะ?" หนุ่มฟ้าร้องถามเสียงดังเหมือนเด็กๆ 

"ไหน ทวน ซิ" คืนแรมพูดดังขึ้น เข้มขึ้น ฟ้าร้องแอบตั้งชื่อน้ำเสียงนี้ว่า ‘เอสเปรสโซ่ดับเบิ้ลชอต’ เขารู้ทันทีว่าเขาต้องยอมคนคนนี้

"พอ คุณ กับ คุณดาวเหนือ กำลังเข้าได้เข้าเข็ม ให้ผมปล่อยเสียงฟ้าร้อง" หนุ่มฟ้าร้องเอ่ยทวนอย่างเสียมิได้

"นับหนึ่งถึงสิบด้วย, เอาใหม่"

อะไรของมันนี่? ฟ้าร้องแอบสบถในใจ "พอ คุณ กับ คุณดาวเหนือกำลังเข้าได้เข้าเข็ม ให้ผมนับ-หนึ่ง-ถึง-สิบ-ก่อน แล้วก็ปล่อยเสียงฟ้าร้อง"

"ดีมาก ทีนี้พอนายปล่อยเสียงฟ้าร้อง เธอก็จะตกใจ แล้วก็จะผวามากอดฉัน" เขาไม่ได้ยิ้ม แต่นัยน์ตามีแววระริกระรี้ "ไหนทวนซิ"

หนุ่มฟ้าร้องอดหมั่นไส้ไม่ได้ เขาล้อเลียนอย่างหน้าตาย "ดีมาก ทีนี้พอนายปล่อยเสียงฟ้าร้อง..."

ผลก็คือ เขาถูกคืนแรมจ้องมองด้วยสายตาเอสเปรสโซ่ ท ริ ป เ ปิ ล ชอต ฟ้าร้องถึงกลับคอแห้งผาก ...ซวยแล้วกรู แต่คนที่รู้สึกประหลาดใจกลับเป็นคืนแรม เขาเพิ่งเห็นบุคลิกภาพแง่มุมเล็กๆ ของว่าที่เด็กฝึกงานคนใหม่เปิดเผยตัวออกมา อืมม...ท่าทางจะเป็นพวกปากกล้าทะเล้นทะลึ่งสินะ น่าสนุกดีเหมือนกัน


"ฮะๆ โอเคครับๆ” หนุ่มฟ้าร้องเกาหัวแก้เก้อ “พอผมปล่อยเสียงฟ้าร้อง แล้วคุณดาวเหนือก็จะตกใจ แล้วก็จะ เอ่อ จะ...ก...กอดคุณ"

 

“อะไร” คืนแรมพยายามกลั้นขำกับท่าทีของฟ้าร้อง “เขาจะกอดฉัน ไม่ได้กอดนายซักหน่อย เขินทำไมวะ”

 

//////////

 

ฟ้าร้องกำลังเหงื่อตก

 

บรรยากาศช่างไม่เป็นใจอะไรเช่นนี้

 

ในยามเย็นหลังเลิกงานกลางฤดูร้อน แสงแดดยังแผดจ้าสว่างสดใส อยู่ดีๆ จะมีฟ้าร้องขึ้นมาได้ไงล่ะ?

 

แล้วเขายังกำลังตกเป็นเป้าสายตาของคนงานก่อสร้างหลายชีวิตในที่นี้ด้วย เนื่องจากเจ้าตึกที่กำลังก่อสร้างนี้เป็นเพียงจุดเดียวที่จะมองเหตุการณ์ทั้งหลายในสวนสาธารณะได้ถนัดถนี่ แต่ด้วยความที่เขาคล้องบัตรที่มีโลโก้บริษัทติดอยู่ จึงไม่มีใครว่าอะไร ก็ไซต์ก่อสร้างนี้มันก็ของบริษัทนี่นา

 

ให้ตายเถอะ เสื้อเชิ้ตกับเนคไทและสแล็คใหม่เอี่ยมของเขามีอันต้องเลอะเทอะเนื่องจากเขาต้องนอนพังพาบกับพื้นเพราะกลัวว่าจะมีใครมองขึ้นมาเห็น... เจ้านายใหม่นี่ตั้งใจจะแกล้งรึเปล่า?

 

ฟ้าร้องกวาดตามองไปทั่วสวนสาธารณะ ผ่านร้านขายของจุกจิกและบึงน้ำปลอมๆ พยายามมองหาร่างดำๆ ของเจ้านายที่โปรดปรานทุกสิ่งที่เป็นสีดำ เพียงแค่วันแรกเขาก็สังเกตเห็นแล้ว เชิ้ตดำ เนคไทดำ สูททำ แว่นกรอบดำ บุหรี่แปลกประหลาดที่มีควันสีดำ แล้วยังรถสีดำที่ขับพาเขามาที่นี่(ก่อนจะวนออกไปรับคุณแฟน) แม้แต่ใบหน้าของเขาก็ยังมีสัดส่วนของสีดำอยู่เกินปกติไปเล็กน้อย เนื่องมาจากรอยหนวดบางๆ ทีริมฝีปาก คางและข้างแก้ม มันทำให้เขาดูเหมือนอายุสามสิบปี ทั้งๆ ที่ความจริงอาจจะน้อยกว่านั้น ถ้าฟ้าร้องบวกลบปีพ.ศ.ในหน้าโปรไฟล์ของเขาไม่ผิดน่ะนะ

 

ในที่สุด หลังจากเสียเหงื่อไปสองลิตรและถอนหายใจไปสิบสามลูกโป่ง เขาก็พบเห็นบุคคลลักษณะใกล้เคียง เขารีบซูมกล้องเข้าไปใกล้ โอ๊ะ...กล้องดีจริงๆ แทบจะเห็นทุกรูขุมขนเลยทีเดียว และแสงกำลังดีเสียด้วย เขารอนานจนพระอาทิตย์ใกล้จะตกแล้ว อย่างนี้มีฟ้าร้องอาจจะค่อนข้างสะเทือนขวัญได้เหมือนกัน เขาดีใจที่ภารกิจมีแนวโน้มว่าจะลุล่วง

 

แต่หลังจากสังเกตการณ์ไปซักพัก เขาก็เริ่มสงสัย พฤติกรรมของเจ้านายคนนี้ดูห่างไกลจากคำว่าเดทมากนัก เขานั่งอยู่ในร้านกาแฟตรงเก้าอี้ด้านนอกร้านใต้ร่มคันงาม แต่ยังคงสวมชุดเต็มยศทั้งสูททั้งเนคไท พอๆ กันกั